จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อม ระดมกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว เดินหน้าภารกิจเชิงรุก เฝ้าระวังช้างป่า 24 ชั่วโมง พร้อมผลักดันช้างชื่อดัง “พลายงายาว-พลายไข่นุ้ย-พลายดื้อ” หลังออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง สุราษฎร์ธานี ที่เดินเป็นวงรอบ เข้าหากินใกล้ชุมชนในพื้นที่รอยต่อ จังหวัดชุมพร และ จังหวัดระนอง ทำให้ผลอาสินของชาวบ้านได้รับความเสียหาย อีกทั้งชาวบ้านไม่กล้าที่จะออกไปทำการเกษตร
จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อม ระดมกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว เดินหน้าภารกิจเชิงรุก เฝ้าระวังช้างป่า 24 ชั่วโมง พร้อมผลักดันช้างชื่อดัง “พลายงายาว-พลายไข่นุ้ย-พลายดื้อ” หลังออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง สุราษฎร์ธานี ที่เดินเป็นวงรอบ เข้าหากินใกล้ชุมชนในพื้นที่รอยต่อ จังหวัดชุมพร และ จังหวัดระนอง ทำให้ผลอาสินของชาวบ้านได้รับความเสียหาย อีกทั้งชาวบ้านไม่กล้าที่จะออกไปทำการเกษตร
นายนิสิต ตระการภาสกุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่พลายงายาว พลายไข่นุ้ย พลายดื้อ ได้ออกจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อม อแกนอกพื้นที่เข้ามาในเขตชุมชน หรือพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ได้สนธิกำลังผู้นำท้องถิ่นและชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
โดยภารกิจสำคัญของ เจ้าหน้าที่ชุดที่ 1 (ละแม) เข้าสกัดและผลักดัน “พลายงายาว” ที่ออกหากินในสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่บ้านทรัพย์ทวี ต.ละแม จ.ชุมพร โดยสามารถกดดันให้กลับเข้าสู่ป่าอนุรักษ์ได้เป็นระยะทางกว่า 1.2 กิโลเมตร ขณะเดียวกันได้เฝ้าระวัง “พลายดื้อหูแหว่งหางด้วน” และ “พลายไข่นุ้ย” อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเข้าพื้นที่ชุมชนและลดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 (ตะแบกงาม) ยังติดตามความเคลื่อนไหวของช้างตัวอื่น เช่น ช้างพังแดงและพลายตงตง พร้อมทั้งจัดกำลังเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงตลอดแนวรอยต่อป่า-ชุมชน
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ชุด Smart Patrol ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเชิงลึกในพื้นที่บ้านต่อตั้ง ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ต่อเนื่อง 3 วัน 2 คืน เพื่อตรวจสอบร่องรอยช้างป่าและสกัดกั้นไม่ให้ออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ พร้อมวางกำลังเพิ่มเติมที่ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
หัวหน้าเขตฯ ระบุว่า การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับผู้นำชุมชน เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า แม้สภาพพื้นที่จะยากลำบากและต้องใช้เวลาลาดตระเวนหลายวัน แต่เจ้าหน้าที่ทุกนายยังคงมุ่งมั่นดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตามปัญหาช้างป่า ในปี 2568 ช้างออกมาจากป่าอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 100 กว่าครั้งมีการกระจายออกเป็นกลุ่มซึ่งเป็นช้างที่อาศัยอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ช้างกลุ่มนี้จะเดินเป็นวงรอบ(กลุ่มละ 6-8 ตัว) เข้าสู่ อ.ละแม อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร และ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เฉพาะที่เห็นตัวในปี 68 ออกมาหากินในพื้นที่ชาวบ้านจำนวน 67 ตัว จากนั้นก็จะเดินกลับที่เดิม(แก่งกรุง ) ในปี 69 กรมให้ความสำคัญจัดชุดพลักดันช้างมาจำนวน 4 ชุด คือ ชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดเฝ้าระวังพลักดันช้างป่า จำนวน 3 ชุด กระจายกำลังออกทั้งหมดในพื้นที่รับผิดชอบ และจ้างแรงงานในพื้นที่เพิ่มเพื่อลดการสูญเสีย มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น พร้อมทั้งให้ความรู้ชาวบ้านของการป้องกันตัวเองจากช้างป่า โดยการเอาตัวรอดเมื่อเผชิญหน้ากับช้างป่า ว่าทำอย่างไร หากพบเจอให้แจ้งทางไลน์กลุ่ม หรือผู้นำชุมชน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากผู้นำที่ช้างออกมาจากป่า
สำหรับภารกิจอีกอย่างของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฯ นอกจากป้องกันสัตว์ป่าที่ออกมานอกเขตพื้นที่มารบกวนชาวบ้านแล้ว ยังรับแจ้ง รับมอบสัตว์ป่าที่พลัดหลง หรือเจ็บป่วย ได้รับบาดเจ็บ สามารถแจ้งมาท สายด่วน 1362 หรือ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยายหม่อม ได้เพื่อที่จะนำไปรักษาให้หายก่อนส่งกลับเข้าป่าต่อไป
ควบคุมการผลิตสื่อโดย
นางสาว สายรุ้ง ธรรมมี
บรรณาธิการข่าว
080-131-9215
บก.อังกอร์
สนใจติดต่อโฆษณา รับ event และงานข่าวทุกข่าวราชอาณาจักร 77 จังหวัดเรามีทีมงาน
ผู้สื่อข่าวที่มีคุณภาพของแต่ละจังหวัดค่ะ
080-131-9215 บก.อังกอร์







ความคิดเห็น